ใจรัก
12.20 AM
สวัสดีครับ
วันนี้ผมขอเล่าความรักครั้งแรกให้อ่านกันนะครับ
กับบรรยากาศเย็นๆที่มาพร้อมสายฝนที่ตกโปรยปรายมาแบบไม่รู้เบื่อเช่นนี้
มันสามารถกระชากความรู้สึกให้ล่องลอยไปกับบทเพลงที่ผมเปิดฟังวนจนนับรอบไม่ได้
ทำให้อดย้อนไปถึงความหลังที่คิดถึงเมื่อไหร่ก็อดที่จะยิ้มไปไม่ได้
...
ในวัยเด็กที่ไม่ได้รู้ซึ้งถึงคำว่ารักนั้นเป็นยังไง
มันมีตัวตนและมีรูปแบบลักษณะไหนกันนะ
ความที่เห็นเด็กผู้หญิงแล้วรู้สึกดี อยู่ใกล้แล้วอยากแกล้ง อยากไปใกล้ชิดนั่นจะเรียกว่ารักได้รึเปล่าหนอ
ด้วยความที่เป็นเด็กดื้อมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก
และเป็นเด็กที่กลัวเสียฟอร์มที่สุดในโลก ทั้งๆที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฟอร์มคืออะไร
รู้เพียงแค่ว่า หากการแอบชอบใครซักคนแล้วถูกคนอื่นรับรู้นั้นถือเป็นการเสียหน้าขั้นร้ายแรงที่สุด
สุภาวดี เธอเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เรียนในชั้นเดียวกับผมตั้งแต่ป.1จนถึงป.6
เธอผูกผมหางม้าและเป็นรองหัวหน้าห้องที่จัดได้ว่าเป็นเด็กที่เรียบร้อยและเรียนดีคนหนึ่ง
เธอนั่งอยู่ข้างหน้าผม ทุกๆวันผมจะมองเห็นแต่ผมทรงหางม้าของเธอ
ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเมื่อไหร่กันนะครับ ที่ผมมองเห็นผมทรงนี้สวยจนไม่อาจละสายตาที่จะมองได้
ไอ้ความรู้สึกที่แปลออกมาว่า.... ชอบ อยากสนิทด้วย
ผมสามารถสัมผัสความรู้สึกนี้ได้ตั้งแต่แรกที่เห็นเธอและทุกๆครัง้ที่นั่งมองด้านหลังของเธออยู่ทุกๆวัน
จนมาเริ่มแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนเอาเมื่อชั้น ป.6
ความที่ไม่เคยรู้เลยว่าการที่จะทำให้เพศหญิงประทับใจเรานั้นต้องทำอย่างไรบ้าง
ผมก็แสดงออกไปตามความคิดของตัวเอง ที่คิดว่าเค้าน่าจะหันมาสนใจผม
และคิดหาวิธีการแสดงออกอย่างแนบเนียน ในแบบที่ไม่มีใครสามารถมาแซวได้ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่
หลายต่อหลายครั้ง ผมมักจะแกล้งดึงผมหางม้าเธอเวลาเธอเผลอ
แอบเอาสมุดการบ้านเธอไปซ่อน
แซวเธอในเรื่องที่ไม่น่าแซว
แอบเปิดกระโปรงบ้างอะไรบ้างในบางอารมณ์( สรุปแล้วก็คิดได้แค่นี้แหล่ะแนบเนียนมาก ^ ^” )
จนถึงวิธีสุดท้ายที่ลงทุนที่สุดและไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือเปล่า
ในบางวันที่มีเงินเยอะหน่อย ผมเอาเงินค่าขนมตัวเองไปซื้อไอติมแท่งละบาทแล้วเอาไปวางไว้ใต้โต๊ะเธอตั้งแต่เช้า
ทั้งๆที่รู้ก็รู้อยู่ว่ามันละลายเร็วจะตายถ้าไม่ได้กิน
ตามนั้นเลยครับ
ไอติมมันก็จะละลายทุกๆครั้งจนเธอต้องเดือดร้อนมาเช็ดใต้โต๊ะทุกครั้งไป
จนคุณครูต้องเดือดร้อนบอกหน้าชั้นเรียนว่าห้ามแกล้งเธอคนนี้อีกนะ
คนอื่นคงงง แต่ผมไม่งงหรอกครับว่าที่คุณครูพูดถึงนั้นเป็นคำพุดที่ลอยตามลมฝากมาถึงเด็กคนไหนในห้อง
ความรักมันแปลกนะครับ ถึงจะไม่ได้รดน้ำพรวนดินแต่มันก็คงอยู่ของมันเช่นนั้นได้ตลอดเวลา
เหตุการณ์ดึงผมหรือแกล้งเล็กๆน้อยๆก็เป็นอยู่เสมอจนใกล้จบชั้นป.6 ที่ทุกคนต้องย้ายโรงเรียนกันไป
เทอมสุดท้ายของโรงเรียนที่มีชั้นเรียนสูงสุดคือป.6 เป็นรุ่นสุดท้ายก่อนจะยุบเหลือแค่ชั้นป.4
ในงานอำลาเด็กป. 6รุ่นสุดท้ายก็เริ่มขึ้น
ผมอ้อนน้าผมให้ไปซื้อกางเกงขายาวเพื่อมาใส่ในงานวันอำลา
เป็นครั้งแรกที่ผมใส่กางเกงขายาว
ด้วยความคิดที่ว่าคนที่ใส่กางเกงขายาวต้องดูดีและหล่ออย่างเป็นที่สุด(วันนั้นใส่เสื้อเชิ้ตขาวกางเกงขายาวหล่อโคด)
ผมเฝ้านับวัน รอวันนั้นอย่างกระวนกระวายและเตรียมพร้อมตัวเองให้เนี๊ยบที่สุดเพื่อกิจกรรมอำลา
ไอติมแท่งสุดท้ายที่ผมตัดสินใจจะให้เธอในวันสุดท้ายที่เราจะได้เรียนด้วยกัน ถูกซื้อรอไว้
เสียงลำโพงดังขึ้นจากคุณครูประจำชั้นให้นักเรียนทุกคนมารวมกันในชั้นเรียน
และเสียงสุดท้ายของคุณครูผ่านลำโพงที่ผมจำได้ดี
"วันนี้วันสุดท้ายที่ทุกคนจะได้มาเจอกันและครูขอเสียใจด้วยที่นักเรียนของเราคนหนึ่งไม่สบายไม่สามารถมาพร้อมหน้าได้"
"ขอให้เพื่อนๆเขียนการ์ดส่งกำลังใจให้สุภาวดีด้วยนะ"
.......
ไอติมแท่งสุดท้ายและเป็นแท่งแรกที่จะได้เปิดเผยเจ้าของมันซักที
กลับต้องไปนอนรออยู่ใต้โต๊ะเช่นเดิม เหมือนที่ที่มันเคยอยู่เสมอมา
ผมไม่เคยเจอเธออีกเลยครับตั้งแต่วันนั้น
จนเมื่อผมได้เข้าเรียนระดับมัธยมจนถึงระดับมหาวิทยาลัยในมหานคร
ในวันปิดเทอมเทอมหนึ่ง ผมกลับโคราชเหมือนทุกๆครั้ง
เมื่อรถทัวร์จอดเพื่อให้ผมต่อรถเข้าบ้าน
ก้าวแรกที่ผมเดินขึ้นรถสองแถว นั่งลงบนเบาะที่เรียงไว้ฝั่งละข้างและนั่งต่อไปจนใกล้ที่จะถึงบ้าน
ผมกำลังจัดระเบียบเช็คกระเป๋าตัวเองเมื่อใกล้ถึงที่หมายแล้ว
ตลอดทางมันเหมือนมี 1 รอยยิ้มที่ส่งมาซักระยะหนึ่งแล้วล่ะ
แต่ผมไม่กล้ามองเพราะคิดว่าคงรู้สึกไปเอง
สุภาวดีนั่นเองครับ
เธอเห็นผมและจำได้ตั้งนานแล้วแต่ไม่กล้าทัก จนผมใกล้ลงถึงหันไปมองเพราะตอนเด็กผมอ้วนเตี้ยดำ
แต่ ณ ตอนนั้นผมตัวสูงขาวและผมยาวแต่หน้าเหมือนเดิม(แก่ยังไงก็แก่อย่างนั้น ฮ่าๆ)
เมื่อตาต่อตามาประสาน
เพียงแว่บเดียวผมก็จำเธอได้ ถึงอะไรๆจะเปลี่ยนไปแต่ความรู้สึกบางอย่างมันไม่เคยเปลี่ยนเลยครับ
เราก็คุยถามสารสุกดิบกันในช่วงเวลาสั้นๆ บนความตื่นเต้นของผมที่ซ่อนอยู่ภายในแบบมิดชิดตลอดเวลา
ผมหางม้าที่ผมเคยชอบมากๆหายไปแล้ว
ใบหน้าเล็กๆรูปทรงไข่ดูจิ้มลิ้มก็ดูเปลี่ยนๆไป แต่รอยยิ้มของเธอที่ผมชอบมองยังคงเหมือนเดิมครับ
จนเมื่อถึงเวลาที่ผมจะต้องก้าวลงจากรถทั้งๆที่อยากจะคุยถามไถ่กันให้มากกว่านี้
จู่ๆเธอพูดทิ้งท้ายก่อนจากขึ้นมาว่า
"ขอบคุณสำหรับไอติมนะกิ้ว เสียดายที่เราไม่เคยได้กินซักที "
รถสองแถวจากไป
ทิ้งผมให้นิ่งอึ้งไปซักพัก....................
และผมก็หัวเราะออกมาดังๆ
"โธ่เอ้ยยยยยยยยยยยยย!!!!กรู"
^ ^
เพลงใจรัก :: สุชาติ ชวาง+++ร
เมื่อดวงใจมีรัก ดั่งเจ้านกโผบิน บินไปไกลแสนไกล
หัวใจฉันก็ลอยลับไป ถึงแดนดินถิ่นใดนะใจ โอ้ดวงใจเจ้าเอ๋ย
เมื่อต่างเราก็รัก จะเกรงกลัวฉันใด ใจเรานั้นแน่นอน
ขอให้เธอมั่นใจรักจริง รักเธอจึงแน่ใจขอวอน ก่อนตัดใจร้างลา
* โอ้ใจรักเธอ คิดถึงเธอ เฝ้าครวญหา
โอ้ใจนะเออ ใยละเมอถึงเธอร่ำไป
** เมื่อดวงใจมีรัก มอบแด่ใครสักคน หมดทุกห้องหัวใจ
ขอให้เธอมั่นใจรักจริง ฉันจะยอมมอบกายพักพิง แอบแนบอิงนิรันดร์
ฝันดีครับ ^ ^



สุดท้ายเค้าก็รู้นะ อิอิ
เอาไปแต่งหนังสือได้เลยนะค่ะเนี่ย
^^ น่ารักจัง
แอบเดาพ.ศ.ที่เกิดได้เลยนะเนี่ย
เหอๆๆ ^^
^__________________^
ยิ้ม กว้าง ๆ เลยค่ะ